Oh no! Where's the JavaScript?
Your Web browser does not have JavaScript enabled or does not support JavaScript. Please enable JavaScript on your Web browser to properly view this Web site, or upgrade to a Web browser that does support JavaScript.

Articles

ตราสารของมูลนิธิ



ตราสารของมูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์

 

ชื่อ 

ข้อ 1 มูลนิธิใช้ชื่อว่า “ มูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์”

ใช้อักษรย่อว่า “ ม. ค. ส.”

ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “ASSEMBLIES OF GOD FOUNDATION”

 

วัตถุประสงค์ 

ข้อ 2 วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ มีดังต่อไปนี้

    • เพื่อการศาสนา เผยแพร่และประกาศหลักธรรมของพระเยซูคริสต์โดยยึด

หลักพระคริสตธรรมคัมภีร์

    • เพื่อการสาธารณะกุศล เช่น การศึกษา ช่วยคนยากจน ช่วยคนติดยาเสพ

ติด และสนับสนุนหรือส่งเสริมห้องสมุดสำหรับประชาชน

    • เพื่อร่วมมือกับองค์การอื่นๆ
    • ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมือง

 

สำนักงาน

ข้อ 3 สำนักงานมูลนิธิ ตั้งอยู่เลขที่ 21/500 หมู่บ้านสุวรรณนิเวศน์ ซอย 9 ถนนนว-

มินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240

 

ทุนทรัพย์และทรัพย์สิน 

ข้อ 4 ทรัพย์สินของมูลนิธิเริ่มแรก คือ

    • เงินสด 50,000.00 บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน)
    • ที่ดินโฉนดที่ 24678, 24679, 24677, 24830, 24831, 24832, เลขที่ 278, 279, 289, 290, 291, 277 หน้าสำรวจ 891, 892, 956, 957, 958, 890 แขวงคลองตัน เขตพระโขนง ( ที่ 8 พระโขนงฝั่งเหนือ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 624 ตารางวา ราคา 2,059,200.00 บาท ( สองล้านห้าหมื่นเก้าพันสองร้อยบาทถ้วน)

ข้อ 5 มูลนิธิอาจได้รับมาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีดังต่อไปนี้

    • เงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา
    • ทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆโดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินแต่ประการใด
    • ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ

การจัดการ 

ข้อ 6 ทรัพย์สินและกิจการต่างๆของมูลนิธิอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรม

การอำนวยการซึ่งมีอำนาจตราระเบียบข้อบังคับใดๆโดยไม่ขัดแย้งกับตราสารนี้

ข้อ 7 คณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิประกอบด้วยบุคคลจำนวนอย่างมากไม่เกิน 10 คน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 คน ตามที่จดทะเบียนเป็นครั้งคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ 8 ในการเริ่มแรก คณะกรรมการอำนวยการได้แก่บุคคลผู้ซึ่งได้รับเลือกโดยคณะกรรมการริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิ ดังมีรายชื่อปรากฏในท้ายตราสารนี้

ข้อ 9 กรรมการอำนวยการแต่ละคนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามรถ
    • ไม่เป็นผู้ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด
    • ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

ข้อ 10 ให้คณะกรรมการอำนวยการเลือกกันเอง เป็นประธาน 1 คน รองประธาน 1 หรือ 2 คน เหรัญญิก 1 คน เลขาธิการ 1 คน หรือกรรมการตำแหน่งอื่นๆตามที่เห็นควร

ข้อ 11 นอกจากที่กำหนดเอาไว้ในตราสาร คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

    • กำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารงานของมูลนิธิ
    • ตราระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ
    • แต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของมูลนิธิ
    • เชิญบุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมเป็นผู้ดำเนินงาน
    • แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ
    • ควบคุมการบริหารงานของมูลนิธิให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้

ข้อ 12 คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมตามปกติอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ในการประชุมทุกครั้งต้องมีคณะกรรมการอำนวยการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการอำนวยการที่มีอยู่ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุมในการลงคะแนนเสียง ให้ถือเสียงข้างมากเป็นมติ ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด เว้นมติข้อ 24 และข้อ 25 ข้อ 14.3

ข้อ 13 คณะกรรมการอำนวยการมีวาระการทำงานคราวละ 4 ปี เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 2 ปี ให้มีการจับฉลากออกครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการอำนวยการทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้กิจการของมูลนิธิดำเนินไปอย่างต่อเนื่องกัน และให้กรรมการอำนวยการที่ยังเหลืออยู่ พิจารณาเลือกตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการอำนวยการให้ครบตามจำนวนข้อ 7 ทั้งนี้เพื่อจะตั้งผู้ที่พ้นตำแหน่งไปแล้วเข้าเป็นกรรมการอำนวยการอีกครั้งก็ได้ ให้กรรมการมูลนิธิที่หมดวาระลง รักษาการกรรมการมูลนิธิไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีกรรมการเปลี่ยนแปลงกรรมการมูลนิธิชุดใหม่

ข้อ 14 กรรมการอำนวยการพ้นตำแหน่งเมื่อ

    • ทำงานครบวาระ
    • ตาย หรือลาออก
    • คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้ออก โดยเห็นว่ามีความประพฤติไม่เหมาะสมหรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ มติเช่นนี้จะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการอำนวยการทั้งคณะ

ข้อ 15 ผู้ใดที่ได้รับเชิญมาเป็นกรรมการอำนวยการแทนผู้ที่พ้นตำแหน่ง ตามข้อ 14.2 และข้อ 14.3 ให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาที่เหลือของผู้ที่ตนแทน และจะต้องจับฉลากออกตามข้อ 13 ด้วย

ข้อ 16 ในการทำนิติกรรมใดๆของมูลนิธิหรือการลงลายมือชื่อในเอกสารเกี่ยวกับอรรถคดี หรือหนังสือสำคัญต่างๆให้ประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่ผู้เดียว

ข้อ 17 ให้มีการประชุมสามัญประจำปีภายในเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาเรื่องกิจการต่างๆดังต่อไปนี้

    • พิจารณารายงานของมูลนิธิเกี่ยวกับกิจการที่ล่วงมาแล้ว
    • พิจารณาบัญชีต่างๆและงบดุลของมูลนิธิที่ได้รับการตรวจสอบแล้วสำหรับปีที่ผ่านมา
    • แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจดทะเบียนแล้วสำหรับปีต่อไป และกำหนดค่าตอบแทนสำหรับผู้สอบบัญชีด้วย
    • ปรึกษากิจการอื่นๆของมูลนิธิ

ข้อ 18 เงินสดของมูลนิธิ ถ้ามีให้ฝากธนาคารหนึ่งธนาคารใดสุดแต่คณะกรรมการอำนวยการเห็นสมควร การสั่งจ่ายในเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายเซ็นประธานหรือรองประธานร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการทุกครั้งให้เหรัญญิก

มีอำนาจเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 2,000.00 บาท ( สองพันบาทถ้วน)

ข้อ 19 การรับเงินที่มีผู้บริจาคสมทบหรือได้มาโดยวิธีอื่นๆเหรัญญิกจะต้องทำใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน ใบเสร็จจะต้องมีลายเซ็นประธาน หรือรองประธานร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการทุกครั้ง

ข้อ 20 ให้เหรัญญิกเป็นผู้เก็บและรักษาบัญชีรายรับ- รายจ่าย บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตลอดจนบัญชีอย่างอื่นๆที่จำเป็น เพื่อแสดงฐานะการเงินของมูลนิธิโดยถูกต้อง ทั้งจะต้องเก็บรักษาเอกสารใบสำคัญต่างๆอันเกี่ยวกับการบัญชีไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจ และเป็นหลักฐานของมูลนิธิด้วย

ข้อ 21 ผู้สอบบัญชีของมูลนิธิต้องไม่เป็นกรรมการหรือลูกจ้างของมูลนิธิ

ข้อ 22 ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพเอกสารที่เกี่ยวกับการบัญชีของมูลนิธิและในการตรวจสอบมูลนิธิได้

ข้อ 23 ให้ทำบัญชีงบดุลประจำปีสิ้นสุดตามปีปฏิทิน เพื่อแสดงฐานะการเงินของมูลนิธิ และงบดุลดังกล่าวจะต้องจัดหาให้เสร็จภายใน 3 เดือนหลังจากสิ้นปฏิทิน เมื่อผู้สอบบัญชีลงลายมือรับรองแล้ว ก็ให้เสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

การแก้ไขตราสาร

ข้อ 24 ตราสารนี้จะแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของคณะกรรมการอำนวยการทั้งหมด

 

การเลิกมูลนิธิ

ข้อ 25 ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปตามมติของคณะกรรมการอำนวยการด้วยเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 หรือ โดยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่ยกให้มูลนิธิซึ่งมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันตามที่คณะกรรมการอำนวยการเห็นชอบโดยเสียงข้างมาก ( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล)

 

เบ็ดเตล็ด 

ข้อ 26 การตีความหมายในตราสารมูลนิธิ หากเป็นที่น่าสงสัยให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 27 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่มีกฎหมายได้บัญญัติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดโดยมิต้องขอให้อำนาจของศาลสั่งเลิกด้วยเหตุผลต่อไปนี้

ก เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลแล้ว แต่ไม่ได้ รับทรัพย์สินตามคำมั่นเต็มจำนวน เว้นแต่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะ พิจารณาเห็นว่าทรัพย์สินที่มูลนิธิได้รับนั้นพอจะได้ดำเนินการให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิได้

ข. เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่ได้ กำหนดไว้ในตราสาร

ค. เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ

ข้อ 28 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยลักษณะมูลนิธิ มาใช้บังคับ ในเมื่อตราสารของมูลนิธิได้มีกำหนดไว้

ข้อ 29 มูลนิธิจะไม่กระทำการค้ากำไร และจะไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากที่ได้กำ

หนดไว้ในตราสาร

 

รับรองว่าถูกต้อง

 

( นายอานุภาพ วิชิตนันทน์ )

ประธานมูลนิธิคริสเตียนสัมพันธ์

webmaster April 18 2019 34 reads Print

Sign In

Not a member yet? Click here to register.

Copyright © 2019

Powered by PHP-Fusion Copyright © 2019 PHP-Fusion Inc
Released as free software without warranties under GNU Affero GPL v3.

Bootstrap Theme by PHP-Fusion Inc
4,390 unique visits