Oh no! Where's the JavaScript?
Your Web browser does not have JavaScript enabled or does not support JavaScript. Please enable JavaScript on your Web browser to properly view this Web site, or upgrade to a Web browser that does support JavaScript.

Articles

บทที่ ๓ เคล็ดลับของการฟัง

บทความนี้คัดมาจาก หนังสือ Secrets of The Secret Place (พิมพ์ครั้งที่ 7) เขียนโดย Rev. Bob Sorge นักเขียนแนว อธิษฐานและไฟของพระเจ้า มีงานเขียน ที่เป็นที่นิยมนับ 10 เล่ม แปลโดย มนดณี สุขสมิติ 


เมื่อพระเจ้านำประชากรของพระองค์ออกจากอียิปต์ข้ามทะเลแดง ไปยังภูเขาซีนาย พระองค์ทรงปรากฏแก่ชนชาติของพระองค์ในรูปของเพลิงควันไฟพลู่งอยู่บนภูเขาและตรัสกับพวกเขาเป็นเสียงดังเหมือนเสียงฟ้าร้อง ประสบการณ์นี้ช่างน่ากลัวเสียจนทำให้พวกอิสราเอลไม่กล้าเข้าไปหาพระเจ้า ต้องขอให้โมเสสไปและพูดพับพระเจ้าแทนพวกเขา
ผู้เขียนสดุดีได้บรรยายภาพนี้ด้วยประโยคที่ไม่ธรรมดาว่า “เมื่อทุกข์ใจเจ้าเรียก เราก็ช่วยกู้เจ้า เราตอบเจ้าในที่ลับลี้ของฟ้าร้อง “ (สดุดี 81:7) พระเจ้ามองภาพการประชุมกับประชากรของพระองค์บนภูเขาซีนายว่าเป็น “ที่ลับลี้” ที่พบกับประชากรของพระองค์ พระองค์เรียกพวกเขาออกมาที่ภูเขาที่อ้างว้างเพื่อที่พระองค์จะตรัสกับเขาและประทานพระบัญญัติของพระองค์ให้พวกเขา
พระเจ้ากำหนดให้สถานที่ลับลี้นี้เป็นที่ซึ่งพระองค์จะตรัส และ ตอบเรา บางครั้งพระเจ้าก็ทำให้เราเข้าใจโดยเสียงอันน่าสะพรึงกลัวของพระองค์เป็นเหมือนเสียงฟ้าร้อง ไม่มีอะไรจะน่าภาคภูมิใจในชีวิตมากกว่าการได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า! พระเจ้าปรารถนาจะมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์ซึ่งพวกเขาจะได้ยินพระสุระเสียงของพระองค์และตอบสนองต่อพระองค์ เราปิดประตูห้องชั้นในเข้าไปสู่ที่อันลับลี้เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงอื่น ๆ มารบกวน และเพื่อปรับจิตใจของเราต่อเสียง ๆ หนึ่งที่เราอยากได้ยิน “สถานที่ลับลี้แห่งฟ้าร้อง” – ช่างเป็นคำบรรยายที่น่ากลัวสำหรับสถานที่ซึ่งเราจะแยกออกไปอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
บางครั้งความคิดที่ลึกซึ้งที่สุดเกิดขึ้นภายในตัวของข้าพเจ้าในวันที่พระเจ้าสำแดง คำ ๆ หนึ่งที่สำคัญที่สุด จากพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ข้าพเจ้ากำลังศึกษาคำสอนของพระเยซูอยู่อย่างจริงจัง และรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าบ่อยครั้งมากที่พระเยซูตรัสถึงความจำเป็นที่ต้องฟัง ยกตัวอย่างเช่น พระเยซูตรัสว่า “ใครมีหู จงฟังเถิด”(มัทธิว 13:9) ถ้อยคำของพระองค์โดนใจของข้าพเจ้าเหมือนถูกรถไฟชน ข้าพเจ้าตระหนักทันทีว่าทุกสิ่งในอาณาจักรของพระเจ้าขึ้นอยู่กับว่าเราฟัง หรือ ไม่ฟังพระวจนะของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มต้นหว่านความจริงนั้นจนถึงพระคัมภีร์ทั้งเล่ม และทันใดนั้นข้าพเจ้าก็มองเห็นว่า คำว่า “จงฟัง” นั้นเป็นคำที่สำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ ทรัพย์สมบัติที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรได้กล่าวไว้ว่าจำเป็นต้องฟังพระเจ้า เมื่อพระเจ้าประทานความจริงนี้ให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ต้องการขีดเส้นใต้คำว่า “จงฟัง” ทุกคำในพระคัมภีร์ กรอบความคิดของข้าพเจ้าเกี่ยวกับการอยู่ในอาณาจักร เพราะข้าพเจ้าตื่นขึ้นจากความจริงที่ว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเมื่อข้าพเจ้าได้ยินจากพระเจ้าและปฏิบัติตามพระวจนะนั้น นี่คือบ่อน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ นี่คือแหล่งแห่งอำนาจและสิทธิอำนาจของอาณาจักร นี่คือแหล่งแห่งปัญญา ความเข้าใจ และทิศทางของชีวิต! ไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ความมั่นใจและสิทธิอำนาจที่มาจากการฟังพระเจ้า การฟังพระสุระเสียงของพระเจ้าได้กลายเป็นสิ่งที่หัวใจของข้าพเจ้าค้นหา เป็นการไขว่คว้าอย่างเดียวเท่านั้นที่ทำให้จิตใจที่โหยหานั้นอิ่มหนำ
ด้วยเหตุผลนี้ข้าพเจ้าจึงสนับสนุนอย่างแข็งขันว่าการอธิษฐานจะต้องมีช่วงเวลาที่เงียบอยู่ด้วย การพูดกับพระเจ้าถือเป็นความยินดีอย่างยิ่งใหญ่ แต่การที่พระเจ้าพูดด้วยยิ่งน่าตื่นเต้นกว่า ข้าพเจ้าพบว่าพระองค์มีสิ่งที่สำคัญพูดกับข้าพเจ้ามากกว่าที่ข้าพเจ้าจะพูดกับพระองค์ สิ่งต่างๆ ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อข้าพเจ้าพูดกับพระเจ้า แต่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปเมื่อพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าพูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อพระเจ้าตรัสอาณาจักรก็เกิดขึ้น ดังนั้นฤทธิ์อำนาจของคำอธิษฐานพบได้ ไม่ใช่ในการพูดให้พระเจ้าฟังถึงเรื่องราวของข้าพเจ้าเอง แต่พบได้ในการรอคอยที่จะฟังเรื่องของพระองค์
ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่าจะให้ความรู้สึกแก่ผู้อ่านว่าการได้ยินพระสุระเสียงของพระเจ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันในที่ลี้ลับ ไม่ใช่เลย! ส่วนใหญ่หลังจากการใช้เวลานั้นข้าพเจ้าก็ยังออกมาพร้อมกับไม่สมปรารถนา คำอธิษฐานที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ความอยากได้ที่ยังอยู่ ความหวังที่ต้องเลื่อนออกไปอีก และความเข้าใจที่ยังไม่เต็มร้อย แต่ก็มีวันหนึ่งท่ามกลางวันเหล่านั้น คุณคงเข้าใจว่าข้าพเจ้าหมายความว่าอย่างไร เมื่อสวรรค์ได้โน้มตัวลงมาและพระเจ้าตรัสถ้อยคำของพระองค์ตรง ๆ สู่จิตใจของข้าพเจ้า พระองค์ได้ระบายลมหายใจเหนือข้อพระคัมภีร์บางตอนและให้มีความหมายส่วนตัวอย่างเจาะจงต่อความต้องการของข้าพเจ้า ! เวลาขณะนั้นคุ้มค่ากับการทูลขอและแสวงหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าจะอดทนรอคอยในระหว่างที่พระองค์เงียบไม่ตรัสอะไรเป็นเดือน ๆ ขอเพียงแต่พระองค์จะตรัสถ้อยคำที่มีความหมายเพียงคำเดียวจากพระโอษฐ์ของพระองค์แก่จิตวิญญาณของข้าพเจ้า
บทบาทของสถานที่ลี้ลับคือการฟังสิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าอยากจะตรัส ถ้าพระองค์ไม่ตรัสกับข้าพเจ้า ช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าใช้ในความเงียบรอคอยพระองค์ก็จะสูญเปล่า ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรพลาด หรือ ล้มเหลวในการติดต่อกับพระองค์ ข้าพเจ้าได้ทำส่วนของข้าพเจ้าแล้ว เป็นเรื่องสำคัญสำหรับข้าพเจ้าที่อยู่ในท่าที่พร้อมจะฟัง ข้าพเจ้ารู้ดีว่ามีบางครั้งที่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงของพระเจ้าในจิตใจอย่างชัดเจนเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ฟังให้ดีเวลาที่พระองค์ตรัส ! ข้าพเจ้าตระหนักว่าข้าพเจ้าไม่สามารถบอกพระเจ้าว่าต้องตรัสอะไร หรือควรจะตรัสเมื่อไหร่ แต่ข้าพเจ้าสามารถรออยู่ในที่ลี้ลับเพื่อที่ เมื่อพระองค์เลือกที่จะตรัส ข้าพเจ้าจะพร้อมที่จะฟัง 
ข้อพระคัมภีร์กล่าวว่า “วันนี้ จะใคร่ให้ท่านทั้งหลายฟังพระสุระเสียงของพระองค์” (สดุดี 95:7) ดังนั้นการฟังพระสุระเสียงของพระเจ้าส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความตั้งใจ เราจะต้องเลือกที่จะฟังพระองค์ เราเป็นผู้ตัดสินใจโดยตั้งเวลาที่จะฟังเงียบ ๆ การฟังเป็นเรื่องของ “วันนี้” ที่เราจะต้องทำ พระคัมภีร์บอกว่า “จะใคร่” เพราะการฟังพระสุระเสียงเป็นเรื่องของการตั้งข้อแม้ - วางอยู่บนเงื่อนไขของการทำใจให้สงบเงียบเพื่อจะฟัง
เราทุกคนปรารถนาให้พระเจ้าฟังคำอธิษฐานของเรา แต่พระเจ้ากล่าวว่า “พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า “เมื่อเราร้องเรียก เขาไม่ฟังฉันใด เมื่อเขาร้องทูล เราก็ไม่ฟังฉันนั้น” หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง พระเจ้ากำลังตรัสว่า “เมื่อเราตรัส เจ้าไม่ได้ฟังเสียงของเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเจ้าพูด เราก็จะไม่ฟังเจ้า” แสดงว่าเมื่อเราฟังพระสุระเสียงของพระเจ้า พระเจ้าก็จะฟังเสียงของเราเช่นกัน 
ข้าพเจ้าจะพูดถึงเคล็ดลับอันอัศจรรย์นี้ให้ชัดเจนกว่านี้ได้อย่างไร? ทำอย่างไรจะพูดให้ง่ายไปกว่านี้? การฟังพระเจ้าเป็นเคล็ดลับที่น่าถนอมไว้มากที่สุดในที่ลี้ลับ
อย่าไปฟังคำโกหกของปรปักษ์ พวกมันจะบอกว่าท่านไม่สามารถฟังเสียงของพระเจ้าได้ ไม่มีสิ่งใดจะมาลบล้างความจริงที่พระเยซูตรัสว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเราและเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา” (ยอห์น 10:27) ท่านสามารถฟังเสียงของพระเจ้าได้ จงหยุดทุกอย่าง จงเข้ามา ฟัง และรอคอยพระองค์ รอคอยจนกระทั่ง พระองค์อยากที่จะสามัคคีธรรมกับท่าน
เมื่อฟัง เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะถูกถล่มด้วยความคิดถึงงานประจำวันที่ต้องทำให้เสร็จ ข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติ : นำสมุดบันทึกไปในห้องอันลี้ลับด้วย เขียน “สิ่งที่ต้องทำ” เมื่อมันเข้ามารบกวนการฟังของท่าน เมื่อเขียนแล้วท่านจะสามารถจะทิ้งเรื่องเหล่านั้นออกไปจากสมองและหันมามุ่งความสนใจในสิ่งที่ท่านต้องการ โดยรู้ว่าท่านจะไม่ลืมเรื่องรายละเอียดเหล่านี้ในภายหลัง
จงได้รับการหนุนใจจากความจริงที่ว่าท่านไม่ใช่คน ๆ เดียวที่พบว่าการฟังนายเป็นวินัยทีท้าทายมาก ความรอบรู้ในพระเจ้ามักจะได้มาอย่างยากเย็น จงเตรียมตัวที่จะสร้างวินัยในการฟังอย่างตั้งใจไปตลอดชีวิต จงทำให้กลายเป็นเรื่องง่าย ให้เราเติบโตไปด้วยกัน !

webmaster April 18 2019 131 reads Print

Sign In

Not a member yet? Click here to register.

Copyright © 2019

Powered by PHP-Fusion Copyright © 2020 PHP-Fusion Inc
Released as free software without warranties under GNU Affero GPL v3.

Bootstrap Theme by PHP-Fusion Inc
51,699 unique visits